RSS

Monthly Archives: กุมภาพันธ์ 2012

ปลูกหญ้าแฝกในไร่สตรอเบอร์รี่

                  กว่า 5 ปีที่ชาวไทยภูเขาเผ่าปะหล่อง หรือดาระอั้ง หันมาปลูกสตรอเบอร์รี่บนดอยโล้น ต.บ้านปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ แบบขั้นบันได โดยปลูกหญ้าแฝกกันดินพังทลายในฤดูฝน พร้อมใช้ปุ๋ยชีวภาพมากขึ้นแทนปุ๋ยเคมี ปรากฏว่าสตรอเบอร์รี่ออกผลผลิตดก ปลูกในพื้นที่เพียง 1 ไร่ สร้างรายได้ปีละกว่า 3 แสนบาท

 

                  หอม ยอดแสง เกษตรกรชาวปะหล่องวัย 29 ปี ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ผันชีวิตจากเดิมปลูกบนดอยในเขตพม่า แต่หลังจากที่โครงการหลวงอ่างขาง ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จัดที่ทำกินบนดอยโล้นเมื่อ 15 ปีที่แล้วคนละ 1 แปลงๆ แปลงละ 1 ไร่ และครอบปักหลักหากินด้วยการปลูกถั่ว แต่ให้ผลผลิตไม่คอยดีนัก เนื่องจากบนดอยโล้นเป็นพื้นที่ลาดชัน เวลาฝนตกน้ำจะชะล้างหน้าดินทำให้หน้าดินพังทลาย ต่อมาเมื่อ 6 ปีก่อนทางโครงการหลวงหันมาส่งเสริมให้ปลูกสตรอเบอร์รี่แบบขั้นบันได โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการอ่างขาง มาแนะนำให้ปลูกหญ้าแฝกตามแนวร่องสตรอเบอร์รี่ขนาด 4 ร่องต่อหญ้าแฝก 1 แถว ปรากฏว่าสามารถป้องกันน้ำเซาะเป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วเจ้าหน้าที่แนะนำให้ใช้ปุ๋ยหมักให้มากขึ้นแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้สตรอเบอร์รีออกผลผลิตดี อย่างปีที่แล้วสามารถขายได้เงินกว่า 3 แสนบาท หักต้นทุนแล้วมีกำไรกว่าครึ่งหนึ่ง

                  “พวกเราเป็นชาวปะหล่องทั้งหมด ปลูกสตรอเบอร์รี่คนละ 1 ไร่ ในพื้นที่บริเวณเดี่ยวกันมี 9 ไร่ แต่ละปีทำเงินทั้ง 9 ไร่หลายล้ายบาท ปีนี้สตรอเบอร์รี่ราคาดี มีพ่อค้ามาติดต่อแล้วราคาเกรดเอ อยู่ที่ 220 บาท ต่ำสุด 160 บาท ปีนี้น่าจะมีรายได้ดี และจะทำให้พวกเราสามารถเลี้ยงครอบครัวโดยไม่เดือดร้อน” หอม กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

                  อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการปลูกสตรอเบอร์รี่ค่อนข้างจะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษตลอดระเวลาที่ ปลูกฤดูกาลละ 8 เดือน ต้องตกแต่งร่อง บำรุงหน้าดินด้วยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เมื่อปลูกแล้ว 1 เดือนใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-0-0 พอก่อนออกผลผลิตจึงใช้สูตรเสมอ 15-15-15 และฉีดสารเคมีฆ่าแมลงศัตรูพืชก่อนที่จะออกผลผลิต แต่หลังจากออกผลผลิตแล้วจะใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำจากใบสะเดา สตรอเบอร์รี่จะให้ผลผลิตเก็บขายได้เป็นเวลาเกือบ 4 เดือนตั้งต้นเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี

                  ด้าน ปริยากร ศรีตุลาการ นักวิชาการเผยแพร่ปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการอ่างขาง บอกว่า ปกติสภาพดินของดอยโล้นจะเป็นดินกรด เนื่องจากสภาพพื้นที่ลาดชัน เวลาฝนตกน้ำจะชะล้างหน้าดินทำให้จุลินทรีย์หน้าดินถูกพัดพาไปกับน้ำฝน จึงแนะนำเกษตรกรปรับหน้าด้วยสารโคโนไมท์ และปูนขาว ไถ่กลบ จากนั้นใช้ปุ๋ยหมัก จนสภาพดินสมบูรณ์เกษตรกรสามารถปลูกพืชได้ แต่เนื่องจากเป็นที่ลาดชันจึงแนะการอนุรักดินทั้งวิธีกล คือนำเทคโนโลยีมาที่เป็นเครื่องกลทางการเกษตร ไม่ว่าดินจะเป็นองค์ประกอบในการเพาะปลูก และใช้วิธีคือในระหว่างที่พักดินก่อนทำการเพาะปลูก ให้ปลูกพืชตระกูลเพื่อบำรุงหน้าดินและใช้ปุ๋ยชีวภาพมากขึ้นและลดการใช้ปุ๋ย เคมีให้น้อยลง

                  ส่วน พจน์ วิจินตโสภณ ฝ่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กรมพัฒนาที่ดิน บอกว่า เนื่องจากพื้นที่บนดอยโล้นเป็นที่ลาดชัน จึงแนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชแบบขั้นบันได้ แต่การทำแบบขั้นบันไดก็เสี่ยงต่อการที่จะถูกน้ำกัดเซาะทำให้ร่องแปลงปลูกสต รอเบอร์รี่เสียหายจึงแนะนำให้ปลูกแฝก ซึ่งเป็นพืชที่มีรากยาวถึง 3 เมตร ปลูกตามแนวยาวตามร่อง 4 ร่องต่อหญ้าแฝก 1 แถว ส่วนใบหญ้าแฝกตัดมาวางบนร่องระหว่างต้นสตรอเบอร์รี่เพื่อป้องกันน้ำฝนหยด เข้าแปลง ปรากฏว่าวิธีนี้สามารถป้องการกัดเซาะสตรอเบอร์รี่เป็นอย่างดี

                  การ ปลูกหญ้าแฝกในใร่สตรอเบอร์รี่ที่ปลูกแบบขั้นบันได นับเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันน้ำฝนกัดเซาะและยังสามารถใช้กับแปลงพืช อย่างอื่นได้อีกด้วย

 
 

สตรอเบอรี่

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 14, 2012 in สตรอเบอรี่

 

เก็บสตรอเบอร์รี่จากไร่

 

การปลูกสตรอเบอรี่

 
 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.